Audiophile and pure chance
ทำไมการทดสอบว่าสายแลนหรือเราเตอร์มีผลต่อคุณภาพเสียงหรือไม่ โดยตั้งโจทย์การทดลองแบบ blind / double blind test 20 ครั้ง ถึงไม่สามารถแปลผลอย่างง่ายๆว่า ถ้าถูกเกิน 10 ครั้งถือว่ามีผลจริงๆได้
โอกาสที่จะเดาถูก
ถ้าเอาคนที่”หูกาก”มาฟังเสียง 20 ครั้งแล้วเดาอย่างสุ่ม(หรือโยนเหรียญก็ได้) เขาจะทายถูกกี่ครั้ง?
เราไม่สามารถฟันธงได้ว่าเขาจะทายถูก 10 ครั้งเสมอได้
โอกาสที่เขาจจะทายถูกทั้ง 20 ครั้งคือ $0.5^{20}$ หรือประมาณ 0.000095 % พอๆกับโอกาสถูกล็อตเตอรีรางวัลที่ 1 ที่หนึ่งในล้าน
ถ้านำผลลัพธ์การทายมาเขียน โดยให้ T แทนการทายถูกและ F แทนการทายผิด
TTTTT TTTTT TTTTT TTTTT จะมีความน่าจะเป็น 0.00000095 (ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์)
และโอกาสที่จะทายถูก 1 ครั้งเท่านั้นจะคิดได้จาก (โอกาสที่จะทายถูกครั้งแรก + โอกาสที่จะทายถูกครั้งที่สอง + … โอกาสที่จะทายถูกครั้งที่ยี่สิบ) ซึ่งมีจำนวนวิธี 20 แบบ
จำนวนวิธีที่จะทายถูก n ครั้งจากการทดสอบ N ครั้งคือ $(^N_i)$ หรือ $\frac{N!}{n!(N-n)!}$
ซึ่งแต่ละวิธีมีโอกาสเท่าๆกัน คือ $0.5^{N}$ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะทายถูก n ครั้งจาก N คือ $\frac{N!}{n!(N-n)!}0.5^N$
และความน่าจะเป็นที่จะทายถูก”ไม่เกิน” n ครั้งจาก N ก็คือ $\sum_{i=0}^{n} \frac{N!}{i!(N-i)!}0.5^N$
ซึ่งก็คือ Binomial distribution ที่ p = 0.5
ซึ่งถ้าเราอยากให้ความน่าจะเป็นที่คนหูกากจะโชคดีเดาถูกซะเยอะ น้อยกว่า 1% เราก็หาค่า n ว่าค่าเท่าไหร่ที่ทำให้โอกาสที่จะเดาถูกไม่เกิน n ครั้งมีมากกว่า 99%
ซึ่งออกมาที่ 15 ครั้งแปลว่าต้องทายให้ได้ 16 ครั้งขึ้นไป
ถ้าสายแลนมีผล แต่ไม่ได้แยกได้ทุกครั้ง
ถ้ามีผลต่อเสียงแต่แยกได้บ้างไม่ได้บ้าง (สมมติแยกได้ 90%) ก็อาจจะเป็นไปได้ที่คนหูเทพจะดวงซวย แล้วตอบได้ต่ำกว่า 16 ครั้ง แล้วจะโดนหาว่าแยกไม่ออก
เราสามารถคำนวณโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์นี้โดยการปรับค่า p แล้วจะได้ออกมาว่า
ถ้าแยกออก 90% จะมีโอกาสที่จะซวย ตอบได้ต่ำกว่า 16 ครั้งที่ 4.32%
เพื่อให้โอกาสที่หูกากจะฟลุกและหูเทพจะวืดอยู่ใกล้เคียงกันที่สุด เราควรลดจำนวนครั้งที่ถูกให้เหลือ 15 ครั้งขึ้นไป
จะได้ว่าโอกาสที่คนหูกากจะเดาถูก 15 ครั้งขึ้นไปอยู่ที่ 2.07% และโอกาสที่หูเทพจะวืดถูกน้อยกว่า 15 ครั้งอยู่ที่ 1.12%